ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทำงานอย่างไร
ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเริ่มพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา โดยทารกจะได้รับ แอนติบอดี จากแม่ผ่านทางรก ซึ่งจะช่วยปกป้องในช่วง 6 เดือนแรก หลังคลอด หลังจากนั้นภูมิคุ้มกันที่ได้จากแม่จะค่อยๆ ลดลง และร่างกายเด็กต้อง สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นเอง ผ่านการสัมผัสกับเชื้อโรคในสิ่งแวดล้อมและการฉีดวัคซีน ด้วยเหตุนี้เด็กช่วงอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี จึงป่วยบ่อยที่สุด เฉลี่ย 8-12 ครั้งต่อปี ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของระบบภูมิคุ้มกัน กุมารแพทย์อธิบายว่าทุกครั้งที่เด็กป่วยและหายดี ร่างกายจะ จดจำเชื้อโรค และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น
นมแม่และโภชนาการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
นมแม่ ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารก โดยเฉพาะ น้ำนมเหลือง (Colostrum) ที่ออกมาในช่วง 3-5 วันแรกหลังคลอด ซึ่งอุดมไปด้วยแอนติบอดีชนิด IgA ที่ช่วยปกป้องระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และต่อเนื่องร่วมกับอาหารเสริมจนถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้น เมื่อเด็กเริ่มกินอาหารเสริม ควรเน้นอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ได้แก่:
การนอนหลับและการออกกำลังกายที่เพียงพอ
การนอนหลับที่เพียงพอ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเด็ก เพราะในขณะที่หลับลึก ร่างกายจะผลิต ไซโตไคน์ (Cytokines) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ เด็กแต่ละช่วงวัยต้องการเวลานอนที่แตกต่างกัน คือ ทารก 14-17 ชั่วโมง เด็กวัยเตาะแตะ 11-14 ชั่วโมง เด็กวัยอนุบาล 10-13 ชั่วโมง และเด็กวัยเรียน 9-12 ชั่วโมง ต่อวัน นอกจากนี้ การออกกำลังกายและเล่นกลางแจ้ง อย่างน้อย วันละ 60 นาที ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเม็ดเลือดขาวและเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง การให้เด็กได้รับ แสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้ายังช่วยให้ร่างกายสร้าง วิตามิน D ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของภูมิคุ้มกันอีกด้วย
สุขอนามัยและวัคซีน: การป้องกันโรคเชิงรุก
การป้องกันโรคเชิงรุกเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้ทันที เริ่มจากการ สอนลูกล้างมือ ด้วยสบู่อย่างถูกวิธีเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที ทุกครั้งก่อนกินอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ และหลังเล่น ซึ่งสามารถลดการติดเชื้อได้ถึง 30-50% นอกจากนี้ การ ฉีดวัคซีนตามกำหนด ทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เป็นการป้องกันโรคร้ายแรงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ควร หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่แออัด ในช่วงที่มีการระบาดของโรค รักษาความสะอาดของ ของเล่น ขวดนม จุกนม อย่างสม่ำเสมอ และดูแล คุณภาพอากาศในบ้าน ให้สะอาดปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 และควันบุหรี่
เมื่อภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ: ประกันเด็กเป็นเกราะป้องกัน
แม้จะดูแลลูกอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่มีทางป้องกันการเจ็บป่วยได้ 100% เด็กที่มีสุขภาพดียังคงมีโอกาสป่วยและต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีแรก ที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง ค่ารักษาพยาบาลเด็กแต่ละครั้งที่ต้องนอนโรงพยาบาลอาจสูงถึง 20,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับโรคและระยะเวลาที่ต้องรักษา การมี ประกันสุขภาพเด็ก Fin For Kids จึงเปรียบเสมือน ภูมิคุ้มกันทางการเงิน ที่ช่วยให้พ่อแม่สามารถเลือกโรงพยาบาลและการรักษาที่ดีที่สุดให้ลูกได้ โดยไม่ต้องเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่กระทบต่อเสถียรภาพการเงินของครอบครัว เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง วันละไม่กี่สิบบาท ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงค่ารักษาที่อาจเกิดขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญ
- 1เด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี ป่วยบ่อยเป็นเรื่องปกติ เพราะระบบภูมิคุ้มกันกำลังเรียนรู้และพัฒนา
- 2นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนและอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 3การนอนหลับเพียงพอและออกกำลังกายวันละ 60 นาที ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
- 4สอนลูกล้างมืออย่างถูกวิธีเป็นเวลา 20 วินาที ช่วยลดการติดเชื้อได้ 30-50%
- 5ประกันสุขภาพเด็กเป็นภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ช่วยรับมือค่ารักษาเมื่อลูกป่วย
สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?