สัญญาณอันตรายไข้เลือดออก: เมื่อไหร่ต้องรีบพาไป รพ.
กลับไปหน้าบทความ
โรคในเด็กอ่าน 4 นาที

สัญญาณอันตรายไข้เลือดออก: เมื่อไหร่ต้องรีบพาไป รพ.

ไข้เลือดออกมีช่วงวิกฤตที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จำสัญญาณเตือนเหล่านี้ไว้ให้ดี

1

ทำไมต้องรู้จักสัญญาณอันตรายของไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกเป็นโรคที่มี อัตราการเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา แต่หากวินิจฉัยได้เร็วและรักษาอย่างถูกต้อง อัตราการเสียชีวิตจะลดลงเหลือ ต่ำกว่า 1% จุดสำคัญที่สุดคือพ่อแม่ต้องสามารถ แยกแยะ ได้ว่าอาการใดเฝ้าดูที่บ้านได้ และอาการใดต้อง รีบพาไปโรงพยาบาลทันที สิ่งที่ทำให้ไข้เลือดออกหลอกคนได้บ่อยคือ ระยะวิกฤตมักเกิดขึ้นในช่วงที่ ไข้เริ่มลดลง คือประมาณ วันที่ 3-7 ของการป่วย ทำให้พ่อแม่หลายคนคิดว่าลูกเริ่มดีขึ้นแล้ว จึงไม่ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กุมารแพทย์จึงเน้นย้ำเสมอว่า ช่วงไข้ลดคือช่วงที่ต้องระวังมากที่สุด

2

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

สัญญาณอันตราย (Warning Signs) ของไข้เลือดออกที่พ่อแม่ต้องจดจำให้ขึ้นใจ และต้อง รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที หากพบอาการเหล่านี้:

ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งบ่งบอกว่าตับโตจากพลาสมารั่ว
อาเจียนต่อเนื่องมากกว่า 3 ครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมง หรืออาเจียนเป็นเลือด
เลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหลหยุดยาก เลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออกตามตัว ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
กระสับกระส่ายหรือซึมลงมาก ไม่ตอบสนอง เรียกไม่รู้ตัว
ปัสสาวะน้อยลงอย่างชัดเจน ไม่ปัสสาวะนานกว่า 6 ชั่วโมง
มือเท้าเย็น เหงื่อออก ตัวลาย ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะช็อก
3

ภาวะช็อกจากไข้เลือดออก: อันตรายถึงชีวิต

ภาวะช็อกจากเดงกี (Dengue Shock Syndrome - DSS) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดของไข้เลือดออก เกิดจากการที่ พลาสมา (ส่วนประกอบของเลือด) รั่วออกจากหลอดเลือดเข้าสู่ช่องท้องและช่องอก ทำให้ปริมาณเลือดในระบบไหลเวียนลดลง ความดันโลหิตตกลง และอวัยวะสำคัญขาดเลือดไปเลี้ยง อาการที่บ่งบอกภาวะช็อกได้แก่ ชีพจรเบาเร็ว มือเท้าเย็นชื้น ความดันช่วงห่างแคบ (ค่าบน-ค่าล่างต่างกันน้อยกว่า 20 มม.ปรอท) ตัวซีด และซึมลง หากไม่ได้รับการรักษา ภายใน 1-2 ชั่วโมง อาจเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม หากนำส่งโรงพยาบาลทันเวลา แพทย์สามารถรักษาด้วยการ ให้สารน้ำทดแทน และดูแลอย่างใกล้ชิดจนผ่านช่วงวิกฤตได้

4

การเฝ้าดูอาการไข้เลือดออกที่บ้านอย่างถูกวิธี

หากแพทย์วินิจฉัยว่าลูกเป็นไข้เลือดออกระดับไม่รุนแรง และให้กลับไปเฝ้าดูอาการที่บ้าน พ่อแม่ต้อง เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 3-7 ของการป่วย ควรปฏิบัติดังนี้ วัดไข้ทุก 4-6 ชั่วโมง และจดบันทึกไว้ สังเกต ปริมาณปัสสาวะ ว่าปัสสาวะบ่อยเพียงพอหรือไม่ ให้ลูกดื่มน้ำ เกลือแร่ น้ำผลไม้ น้ำข้าว อย่างน้อย วันละ 1,500-2,500 มล. ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ให้ยา พาราเซตามอล ตามแพทย์สั่งเท่านั้น และ สังเกตจุดเลือดออกตามตัว ทุกวัน หากพบสัญญาณอันตรายข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวมา ให้ พาไปโรงพยาบาลทันที โดยไม่ต้องรอนัดพบแพทย์ครั้งถัดไป

5

ประกันเด็กช่วยเรื่องค่ารักษาไข้เลือดออกอย่างไร

ไข้เลือดออกที่ต้อง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จะมีค่าใช้จ่ายสูง เฉลี่ยนอนโรงพยาบาล 5-7 วัน มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000-80,000 บาท กรณีรุนแรงที่ต้องเข้า ICU อาจสูงถึง 100,000-200,000 บาท ซึ่งเป็นภาระทางการเงินที่หนักหนาสำหรับหลายครอบครัว Fin For Kids ประกันสุขภาพเด็กโดย MSIG คุ้มครองค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) สูงสุด 50,000-100,000 บาทต่อครั้ง พร้อมค่าห้องพักสูงสุด 3,000 บาทต่อวัน และค่าห้อง ICU สูงสุด 6,000 บาทต่อวัน นอกจากนี้ในช่วงติดตามอาการหลังออกจากโรงพยาบาล ยังสามารถใช้สิทธิ์ OPD ค่ารักษาผู้ป่วยนอกสูงสุด 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง เพื่อตรวจเลือดติดตามผลได้อีกด้วย การมีประกันจึงช่วยให้พ่อแม่ ตัดสินใจพาลูกไปรักษาได้ทันที โดยไม่ลังเลเรื่องค่าใช้จ่าย

สรุปประเด็นสำคัญ

  • 1ช่วงไข้เริ่มลดลง (วันที่ 3-7) คือช่วงวิกฤตที่อันตรายที่สุดของไข้เลือดออก ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
  • 2สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไป รพ. ทันที ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง เลือดออกผิดปกติ ซึมลง และมือเท้าเย็น
  • 3ภาวะช็อกจากไข้เลือดออกเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องได้รับการรักษาภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • 4ระหว่างเฝ้าดูอาการที่บ้าน ต้องวัดไข้ทุก 4-6 ชั่วโมง สังเกตปริมาณปัสสาวะ และให้ดื่มน้ำเกลือแร่อย่างเพียงพอ
  • 5Fin For Kids คุ้มครอง IPD สูงสุด 100,000 บาท ค่าห้อง ICU 6,000 บาทต่อวัน ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจพาลูกเข้ารักษาได้ทันทีโดยไม่ลังเล

สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?

พร้อมปกป้องลูกน้อยแล้วหรือยัง?

ส่งอายุลูกมาทาง LINE ทีมผู้เชี่ยวชาญจะช่วยสรุปแผน+เบี้ยให้แบบอ่านง่ายปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รับประกันโดย บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ทัก Messengerแอดไลน์เลย