ทำไม RSV ถึงป้องกันยาก แต่ลดความเสี่ยงได้
RSV เป็นไวรัสที่ แพร่กระจายได้ง่ายมาก จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันลูกไม่ให้สัมผัสเชื้อตลอดชีวิต เนื่องจากเชื้อแพร่ผ่าน ละอองฝอยในอากาศ และ การสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน ซึ่งเด็กเล็กมักจะหยิบจับของเล่นแล้วเอาเข้าปากอยู่เสมอ ข้อมูลจากสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่า ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน RSV ที่ใช้ได้ทั่วไปในเด็กเล็กในประเทศไทย ดังนั้น เป้าหมายของการป้องกันจึงไม่ใช่การป้องกัน 100% แต่เป็นการ ลดโอกาสสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะในช่วงฤดูระบาด และ ชะลอการติดเชื้อ ให้ช้าที่สุด เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กแข็งแรงพอที่จะรับมือได้ หากติดเชื้อเมื่อเด็กโตขึ้น อาการมักจะ ไม่รุนแรงเท่าตอนเป็นทารก
มาตรการป้องกัน RSV ที่ทำได้ทันทีในบ้าน
สิ่งแวดล้อมภายในบ้านมีผลอย่างมากต่อความเสี่ยงในการติดเชื้อ RSV ของเด็ก พ่อแม่สามารถ ลดความเสี่ยงได้ทันที ด้วยมาตรการเหล่านี้:
การป้องกัน RSV เมื่อลูกต้องไปเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียน
เนอร์สเซอรี่และสถานรับเลี้ยงเด็กเป็นแหล่งที่ RSV แพร่ระบาดง่ายที่สุด เพราะเด็กเล็กจำนวนมากอยู่รวมกัน สัมผัสใกล้ชิด และยังไม่สามารถดูแลสุขอนามัยด้วยตัวเองได้ พ่อแม่ควรเลือกสถานเลี้ยงเด็กที่มี มาตรการป้องกันโรคที่ชัดเจน เช่น มีจุดล้างมือเพียงพอ ทำความสะอาดของเล่นเป็นประจำ และมีนโยบาย ไม่ให้เด็กที่ป่วยมาเรียน จนกว่าจะหายดี ในช่วงฤดูระบาด RSV (มิถุนายน-ตุลาคม) หากเป็นไปได้ ควรพิจารณา ลดเวลาที่เด็กอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลุ่มใหญ่ นอกจากนี้ ควร สอนลูกวัยอนุบาล ให้ล้างมือบ่อยๆ ไม่เอามือเข้าปาก และไอจามปิดปาก แม้เด็กเล็กจะยังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่การปลูกฝังนิสัยที่ดีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อลดความรุนแรงของ RSV
แม้ไม่สามารถป้องกัน RSV ได้ 100% แต่การ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง จะช่วยให้หากเด็กติดเชื้อ อาการจะไม่รุนแรงและหายเร็วขึ้น วิธีสำคัญที่สุดคือการ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก เพราะนมแม่มี แอนติบอดี IgA ที่ช่วยปกป้องเยื่อบุทางเดินหายใจ จากการศึกษาพบว่าเด็กที่กินนมแม่มีอัตราการนอนโรงพยาบาลจาก RSV ต่ำกว่าเด็กที่กินนมผสม อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ควรดูแลให้เด็กได้รับ โภชนาการที่ดี มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน นอนหลับเพียงพอ ตามเกณฑ์อายุ และหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ ฝุ่น PM2.5 ที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจอ่อนแอลง
ป้องกันไม่ได้ 100% ประกันเด็กช่วยเป็นตาข่ายนิรภัย
ต่อให้ป้องกันอย่างดีที่สุด เด็กส่วนใหญ่ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ RSV อยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียน หาก RSV ลุกลามจนต้องนอนโรงพยาบาล ค่ารักษาเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000-80,000 บาท สำหรับห้องสามัญ และอาจสูงถึง 100,000-200,000 บาท หากต้องเข้า ICU เด็กและใช้เครื่องช่วยหายใจ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นภาระที่ เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และอาจกระทบต่อการเงินของครอบครัวอย่างหนัก ประกัน Fin For Kids ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้โดยเฉพาะ ด้วยความคุ้มครอง IPD สูงสุด 50,000-100,000 บาทต่อครั้ง ที่นอนโรงพยาบาล และ OPD 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง สำหรับการพบแพทย์ติดตามอาการหลังออกจากโรงพยาบาล ทำให้พ่อแม่สามารถ โฟกัสกับการดูแลลูก ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา
สรุปประเด็นสำคัญ
- 1RSV ป้องกันได้ยากเพราะแพร่กระจายง่ายมาก เป้าหมายคือการลดโอกาสสัมผัสเชื้อและชะลอการติดเชื้อให้ช้าที่สุด
- 2ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาทีก่อนสัมผัสเด็ก และทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยเป็นประจำทุกวัน
- 3เลือกเนอร์สเซอรี่ที่มีมาตรการป้องกันโรคชัดเจน และลดกิจกรรมกลุ่มใหญ่ในช่วงฤดูระบาด RSV (มิถุนายน-ตุลาคม)
- 4นมแม่อย่างน้อย 6 เดือน โภชนาการที่ดี และนอนหลับเพียงพอ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้อาการ RSV ไม่รุนแรง
- 5ประกัน Fin For Kids คุ้มครอง IPD 50,000-100,000 บาท และ OPD 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง เป็นตาข่ายนิรภัยเมื่อลูกติด RSV
สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?