ทำความรู้จักโรคมือ เท้า ปากในเด็ก
โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease - HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยมากในเด็กอายุ ต่ำกว่า 5 ปี เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โดยเฉพาะ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 (EV71) เชื้อแพร่กระจายผ่าน น้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ และน้ำจากตุ่มพอง ของผู้ติดเชื้อ ทำให้เด็กที่อยู่ใกล้ชิดกันในเนอร์สเซอรี่และอนุบาลติดโรคกันได้ง่ายมาก ในประเทศไทยพบการระบาดตลอดทั้งปี แต่จะ หนักที่สุดในช่วงฤดูฝน และช่วงเปิดเทอม สิ่งที่น่ากังวลคือโรคนี้ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และ ไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ
การล้างมือ: วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด
การล้างมือที่ถูกวิธี เป็นมาตรการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและทำได้ง่ายที่สุด จากงานวิจัยพบว่าการล้างมือด้วยสบู่สามารถ ลดการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสได้ 40-50% พ่อแม่ควรสอนลูกล้างมือให้เป็นนิสัยในทุกโอกาสสำคัญ ดังนี้:
วิธีล้างมือที่ถูกต้องคือใช้ สบู่ฟอกนานอย่างน้อย 20 วินาที ถูทั้งฝ่ามือ หลังมือ ซอกนิ้ว และใต้เล็บ จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดมือให้แห้ง กรณีไม่สะดวกล้างมือ ให้ใช้ เจลแอลกอฮอล์ 70% แทนชั่วคราว
การรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก
นอกจากการล้างมือแล้ว การ รักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม รอบตัวเด็กเป็นอีกมาตรการสำคัญที่ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถ มีชีวิตอยู่บนพื้นผิว ต่างๆ ได้นานหลายชั่วโมงถึงหลายวัน ดังนั้นพ่อแม่ควรทำความสะอาด ของเล่น ขวดนม จุกนม ราวบันได ลูกบิดประตู และพื้นผิวที่เด็กสัมผัสบ่อยด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือ คลอรีนเจือจาง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ในช่วงที่มีการระบาดควรทำ ทุกวัน ที่สำคัญคือควร แยกของใช้ส่วนตัว ของเด็กแต่ละคน เช่น แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดหน้า ไม่ให้ใช้ร่วมกัน และ สอนเด็กไม่ให้หยิบของเข้าปาก หรือเอามือเข้าปากโดยไม่ล้างมือก่อน
การป้องกันในเนอร์สเซอรี่และโรงเรียน
โรงเรียนอนุบาลและเนอร์สเซอรี่เป็น แหล่งระบาดหลัก ของโรคมือ เท้า ปาก เนื่องจากเด็กจำนวนมากอยู่ใกล้ชิดกัน ใช้ของเล่นร่วมกัน และเด็กเล็กยังไม่สามารถดูแลสุขอนามัยตัวเองได้ดี พ่อแม่ควรร่วมมือกับโรงเรียนในการป้องกัน โดย ตรวจร่างกายลูกทุกเช้า ก่อนไปโรงเรียน หากพบว่ามีไข้ มีตุ่มผิดปกติ หรือเบื่ออาหาร ควร ให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์ ก่อน ควรสอบถามโรงเรียนว่ามี มาตรการคัดกรอง เด็กก่อนเข้าเรียนหรือไม่ มีการ ทำความสะอาดของเล่นและห้องเรียน ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำหรือไม่ และมี แผนรับมือ เมื่อพบเด็กป่วยในโรงเรียนอย่างไร โรงเรียนที่ดีควรแจ้ง ผู้ปกครองทันที เมื่อพบเด็กป่วยด้วยมือ เท้า ปาก
เสริมภูมิคุ้มกันลูกและเตรียมพร้อมรับมือทางการเงิน
การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ไม่ได้มีแค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น การ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ลูกแข็งแรงก็มีส่วนสำคัญ ควรให้เด็กได้รับ สารอาหารครบถ้วน กินผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามิน C นอนหลับเพียงพอ ตามวัย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เด็กที่มีภูมิคุ้มกันดีแม้ติดเชื้อก็มักมีอาการ ไม่รุนแรง และหายเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะป้องกันอย่างดีที่สุด เด็กเล็กก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ โดยส่วนใหญ่มือ เท้า ปาก รักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ค่ารักษาเฉลี่ย 1,000-5,000 บาทต่อครั้ง แต่หากมีอาการรุนแรงต้องนอนโรงพยาบาล ค่ารักษาอาจสูงถึง 20,000-50,000 บาท Fin For Kids คุ้มครองทั้ง OPD สำหรับกรณีเบา และ IPD สำหรับกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล ช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาเมื่อลูกป่วย
สรุปประเด็นสำคัญ
- 1โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยมากในเด็กต่ำกว่า 5 ปี ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การรักษาสุขอนามัยจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
- 2การล้างมือด้วยสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาทีสามารถลดการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสได้ 40-50%
- 3ทำความสะอาดของเล่น พื้นผิว และสิ่งของที่เด็กสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงระบาด
- 4ตรวจร่างกายลูกทุกเช้าก่อนไปเนอร์สเซอรี่ หากมีไข้หรือตุ่มผิดปกติ ควรให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์ทันที
- 5Fin For Kids คุ้มครองทั้ง OPD สำหรับกรณีเบา และ IPD สำหรับกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาโรคมือ เท้า ปาก
สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?