RSV: สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกไปหาหมอทันที
กลับไปหน้าบทความ
โรคในเด็กอ่าน 3 นาที

RSV: สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกไปหาหมอทันที

ไม่ใช่ทุกคนที่ติด RSV แล้วจะต้องนอนโรงพยาบาล แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ห้ามชะล่าใจเด็ดขาด

1

RSV แบบไหนดูแลเองที่บ้านได้ แบบไหนต้องไปหาหมอ

เด็กส่วนใหญ่ที่ติด RSV จะมีอาการ คล้ายหวัดธรรมดา ที่สามารถดูแลได้ที่บ้านโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล กรณีที่อาการไม่รุนแรง เช่น น้ำมูกใส ไอเล็กน้อย ไข้ต่ำไม่เกิน 38.5 องศาเซลเซียส แต่เด็กยังร่าเริง กินนมได้ดี หายใจไม่ลำบาก พ่อแม่สามารถ ดูแลตามอาการที่บ้าน ได้ เช่น ให้ยาลดไข้ หยดน้ำเกลือล้างจมูก ดูดน้ำมูก และให้เด็กพักผ่อนมากๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้อง สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ทุก 2-4 ชั่วโมง เพราะ RSV มีลักษณะเฉพาะคืออาการอาจ เปลี่ยนจากเบาเป็นรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 3-5 ของการป่วยที่เชื้อลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง

2

5 สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกไปห้องฉุกเฉินทันที

มีอาการ 5 ประการ ที่หากพบแม้เพียง 1 อย่าง ต้อง รีบพาลูกไปห้องฉุกเฉินโดยไม่ต้องรอ ดังนี้:

หายใจเร็วผิดปกติ: เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี หายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที เด็กอายุ 1-5 ปี หายใจเร็วกว่า 40 ครั้งต่อนาที นับจำนวนครั้งที่หน้าอกขยับขึ้นใน 1 นาทีขณะเด็กนอนนิ่ง
อกบุ๋มหรือชายโครงบุ๋ม: สังเกตว่าเมื่อเด็กหายใจเข้า บริเวณใต้ซี่โครง คอหอย หรือระหว่างซี่โครง ยุบบุ๋มลงอย่างชัดเจน แสดงว่าเด็กต้องออกแรงหายใจมาก
ริมฝีปากหรือเล็บมือเปลี่ยนสี: หาก ริมฝีปาก ลิ้น หรือปลายนิ้ว เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เทา หรือม่วง แสดงว่าออกซิเจนในเลือดต่ำ เป็น ภาวะฉุกเฉิน
เด็กซึมลงผิดปกติ: ไม่ตอบสนอง ไม่ร้องไห้ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือตัวอ่อนปวกเปียก
ดื่มนมหรือน้ำไม่ได้เลย: เด็กปฏิเสธนมทุกมื้อ ไม่ปัสสาวะเกิน 6-8 ชั่วโมง แสดงว่ากำลังขาดน้ำ
3

สัญญาณเตือนที่ควรพาไปพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง

นอกจากสัญญาณฉุกเฉินแล้ว ยังมีอาการที่แม้ไม่เร่งด่วนถึงขั้นฉุกเฉิน แต่ ควรพาไปพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้แพทย์ประเมินและรักษาก่อนอาการลุกลาม อาการเหล่านี้ได้แก่ ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ที่ไม่ลดลงหลังให้ยาลดไข้แล้ว 1-2 ชั่วโมง มี ไข้ต่อเนื่องเกิน 3 วัน แม้ไม่สูงมากก็ควรพบแพทย์เพราะอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ไอรุนแรงจนอาเจียน หรือนอนไม่หลับ มี เสียงหวีด (Wheezing) เวลาหายใจออกที่ได้ยินชัดเจน และ ดื่มนมได้น้อยกว่าครึ่ง ของปริมาณปกติ การพาเด็กไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ จะช่วยให้แพทย์สามารถ ให้การรักษาได้ทันท่วงที และลดโอกาสที่อาการจะลุกลามจนต้องนอนโรงพยาบาล

4

วิธีดูแลลูกระหว่างรอพบแพทย์และเมื่ออยู่โรงพยาบาล

ระหว่างเตรียมตัวพาลูกไปโรงพยาบาล พ่อแม่สามารถ ดูแลเบื้องต้น ได้ดังนี้ ให้ลูกนอนหัวสูงเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ หายใจง่ายขึ้น หยดน้ำเกลือล้างจมูกแล้วดูดน้ำมูกออกเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ให้ลูก จิบน้ำหรือนมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากมีไข้ให้ ยาลดไข้ตามขนาดน้ำหนักตัว (พาราเซตามอลสำหรับเด็ก) และเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น เมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์จะตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดด้วย Pulse Oximeter หากต่ำกว่า 94% มักต้องให้ออกซิเจนเสริม เตรียม บัตรประชาชนเด็ก สูติบัตร บัตรประกัน และประวัติการรักษาเดิมไปด้วย เอกสารครบจะช่วยให้กระบวนการรักษาและ การเคลมประกัน ราบรื่นขึ้น

5

ประกันเด็กช่วยให้ตัดสินใจพาลูกไปหาหมอได้ทันที

ปัญหาที่พบบ่อยคือพ่อแม่หลายคน ลังเลที่จะพาลูกไปโรงพยาบาล เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงแค่ไหน ความลังเลนี้อาจทำให้ เสียโอกาสในการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และอาการอาจลุกลามจนรุนแรงกว่าเดิม การมี ประกันสุขภาพเด็ก Fin For Kids ช่วยขจัดความกังวลนี้ไปได้เลย เพราะพ่อแม่รู้ว่าไม่ว่าจะ พาลูกไปตรวจแบบ OPD ด้วยความคุ้มครอง 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง หรือต้อง นอนโรงพยาบาลแบบ IPD ด้วยความคุ้มครอง 50,000-100,000 บาทต่อครั้ง ประกันจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายให้ ทำให้สามารถ ตัดสินใจพาลูกไปพบแพทย์ได้ทันที เมื่อเห็นสัญญาณผิดปกติ ไม่ต้องรอจนอาการหนัก ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่สุดในการดูแลเด็กที่ติด RSV

สรุปประเด็นสำคัญ

  • 1RSV อาการเบาดูแลเองที่บ้านได้ แต่ต้องเฝ้าระวังทุก 2-4 ชั่วโมง เพราะอาการเปลี่ยนจากเบาเป็นรุนแรงได้เร็วมาก
  • 25 สัญญาณฉุกเฉินที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที: หายใจเร็วผิดปกติ อกบุ๋ม ริมฝีปากเปลี่ยนสี ซึมลง และดื่มนมไม่ได้เลย
  • 3ไข้สูงเกิน 39 องศาไม่ลด ไข้เกิน 3 วัน ไอจนอาเจียน และมีเสียงหวีดเวลาหายใจ ควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง
  • 4ระหว่างรอพบแพทย์ ให้ลูกนอนหัวสูง หยดน้ำเกลือล้างจมูก จิบน้ำบ่อยๆ และเตรียมเอกสารประกันให้พร้อม
  • 5ประกัน Fin For Kids ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจพาลูกไปหาหมอได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลค่ารักษา ทั้ง OPD และ IPD

สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?

พร้อมปกป้องลูกน้อยแล้วหรือยัง?

ส่งอายุลูกมาทาง LINE ทีมผู้เชี่ยวชาญจะช่วยสรุปแผน+เบี้ยให้แบบอ่านง่ายปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รับประกันโดย บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ทัก Messengerแอดไลน์เลย