เคลมแบบ Cashless vs สำรองจ่าย: ต่างกันอย่างไร
กลับไปหน้าบทความ
การเคลมอ่าน 4 นาที

เคลมแบบ Cashless vs สำรองจ่าย: ต่างกันอย่างไร

ประกันบางแผนเคลมได้เลยโดยไม่ต้องสำรองจ่าย บางแผนต้องจ่ายก่อนแล้วเบิกคืนทีหลัง มาดูความแตกต่าง

1

เคลมประกันเด็กมี 2 รูปแบบ

การเคลมประกันสุขภาพเด็กมี 2 รูปแบบหลัก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจ ได้แก่ แบบ Cashless (ไม่ต้องสำรองจ่าย) และ แบบ Reimbursement (สำรองจ่ายแล้วเบิกคืน) แต่ละรูปแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน การเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ซื้อไว้ โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา และสถานการณ์ ณ ขณะนั้น มาดูรายละเอียดของแต่ละรูปแบบกัน

2

เคลมแบบ Cashless คืออะไร

การเคลมแบบ Cashless หมายถึงการที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาเอง โรงพยาบาลจะประสานงานกับบริษัทประกันโดยตรงและเรียกเก็บเงินจากบริษัทแทน คุณพ่อคุณแม่แค่แสดง บัตรประกัน หรือหมายเลขกรมธรรม์ ให้กับโรงพยาบาลเมื่อเข้ารับการรักษา ข้อดีของแบบ Cashless คือ ไม่ต้องเตรียมเงินสดก้อนใหญ่ และไม่ต้องรอเงินคืน แต่ข้อจำกัดคือ ใช้ได้เฉพาะ โรงพยาบาลในเครือข่ายของบริษัทประกัน เท่านั้น และบางกรณีอาจต้อง จ่ายส่วนต่าง หากค่ารักษาเกินวงเงินคุ้มครอง

3

เคลมแบบสำรองจ่าย (Reimbursement) คืออะไร

การเคลมแบบสำรองจ่าย หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ จ่ายเงินค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงนำเอกสารมายื่นเคลมเพื่อขอเงินคืนจากบริษัทประกันภายหลัง วิธีนี้ ใช้ได้กับทุกโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลในเครือข่าย ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ข้อดีอีกอย่างคือ ไม่ต้องรอการอนุมัติจากบริษัทประกันก่อนเข้ารักษา จึงเหมาะกับ กรณีฉุกเฉินที่ต้องเข้าโรงพยาบาลทันที แต่ข้อเสียคือ ต้องมีเงินสำรองจ่ายก่อน และต้องรอเงินคืนหลังจากยื่นเอกสารเคลม ประมาณ 5-15 วันทำการ

4

แผนประกัน Fin For Kids รองรับแบบไหน

ประกันสุขภาพเด็ก Fin For Kids รองรับการเคลมทั้ง 2 รูปแบบ โดย ส่วนใหญ่จะใช้แบบสำรองจ่ายแล้วเบิกคืน ซึ่งทำให้สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ทั่วประเทศ ข้อดีของ Fin For Kids คือ กระบวนการเบิกคืนรวดเร็วและสะดวก สามารถยื่นเอกสารผ่าน LINE OA ได้เลย ไม่ต้องเดินทางมาสำนักงาน สำหรับโรงพยาบาลบางแห่งที่อยู่ในเครือข่าย อาจสามารถใช้แบบ Cashless ได้ ทีมงานแนะนำให้ สอบถามทีม Fin For Kids ล่วงหน้า ว่าโรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารักษารองรับแบบ Cashless หรือไม่

5

สรุปเปรียบเทียบและข้อแนะนำ

สรุปข้อแตกต่างเพื่อให้เห็นภาพชัด Cashless ไม่ต้องสำรองจ่าย ใช้ได้เฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่าย ส่วน Reimbursement ต้องสำรองจ่ายก่อน แต่ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล คำแนะนำคือ ควร เลือกโรงพยาบาลใกล้บ้านที่ไว้ใจได้ เป็นหลัก ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นแบบ Cashless หรือสำรองจ่าย เพราะสุขภาพของลูกสำคัญกว่า ในกรณีที่ต้องสำรองจ่าย เก็บใบเสร็จฉบับจริงให้ครบ แล้วส่งเอกสารเคลมโดยเร็ว ก็จะได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็ว

สรุปประเด็นสำคัญ

  • 1Cashless คือการเคลมที่ไม่ต้องสำรองจ่าย โรงพยาบาลเรียกเก็บจากบริษัทประกันโดยตรง
  • 2Reimbursement คือการสำรองจ่ายก่อนแล้วยื่นเอกสารขอเงินคืนภายหลัง
  • 3Cashless ใช้ได้เฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่าย ส่วน Reimbursement ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล
  • 4Fin For Kids รองรับทั้ง 2 รูปแบบ โดยสามารถยื่นเอกสารเบิกคืนผ่าน LINE OA ได้สะดวก
  • 5ควรเลือกโรงพยาบาลที่ไว้ใจได้เป็นหลัก อย่าให้รูปแบบการเคลมเป็นอุปสรรคในการรักษาลูก

สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?

พร้อมปกป้องลูกน้อยแล้วหรือยัง?

ส่งอายุลูกมาทาง LINE ทีมผู้เชี่ยวชาญจะช่วยสรุปแผน+เบี้ยให้แบบอ่านง่ายปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รับประกันโดย บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ทัก Messengerแอดไลน์เลย