เคลมประกันเด็กมี 2 รูปแบบ
การเคลมประกันสุขภาพเด็กมี 2 รูปแบบหลัก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจ ได้แก่ แบบ Cashless (ไม่ต้องสำรองจ่าย) และ แบบ Reimbursement (สำรองจ่ายแล้วเบิกคืน) แต่ละรูปแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน การเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ซื้อไว้ โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา และสถานการณ์ ณ ขณะนั้น มาดูรายละเอียดของแต่ละรูปแบบกัน
เคลมแบบ Cashless คืออะไร
การเคลมแบบ Cashless หมายถึงการที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาเอง โรงพยาบาลจะประสานงานกับบริษัทประกันโดยตรงและเรียกเก็บเงินจากบริษัทแทน คุณพ่อคุณแม่แค่แสดง บัตรประกัน หรือหมายเลขกรมธรรม์ ให้กับโรงพยาบาลเมื่อเข้ารับการรักษา ข้อดีของแบบ Cashless คือ ไม่ต้องเตรียมเงินสดก้อนใหญ่ และไม่ต้องรอเงินคืน แต่ข้อจำกัดคือ ใช้ได้เฉพาะ โรงพยาบาลในเครือข่ายของบริษัทประกัน เท่านั้น และบางกรณีอาจต้อง จ่ายส่วนต่าง หากค่ารักษาเกินวงเงินคุ้มครอง
เคลมแบบสำรองจ่าย (Reimbursement) คืออะไร
การเคลมแบบสำรองจ่าย หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ จ่ายเงินค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงนำเอกสารมายื่นเคลมเพื่อขอเงินคืนจากบริษัทประกันภายหลัง วิธีนี้ ใช้ได้กับทุกโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลในเครือข่าย ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ข้อดีอีกอย่างคือ ไม่ต้องรอการอนุมัติจากบริษัทประกันก่อนเข้ารักษา จึงเหมาะกับ กรณีฉุกเฉินที่ต้องเข้าโรงพยาบาลทันที แต่ข้อเสียคือ ต้องมีเงินสำรองจ่ายก่อน และต้องรอเงินคืนหลังจากยื่นเอกสารเคลม ประมาณ 5-15 วันทำการ
แผนประกัน Fin For Kids รองรับแบบไหน
ประกันสุขภาพเด็ก Fin For Kids รองรับการเคลมทั้ง 2 รูปแบบ โดย ส่วนใหญ่จะใช้แบบสำรองจ่ายแล้วเบิกคืน ซึ่งทำให้สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ทั่วประเทศ ข้อดีของ Fin For Kids คือ กระบวนการเบิกคืนรวดเร็วและสะดวก สามารถยื่นเอกสารผ่าน LINE OA ได้เลย ไม่ต้องเดินทางมาสำนักงาน สำหรับโรงพยาบาลบางแห่งที่อยู่ในเครือข่าย อาจสามารถใช้แบบ Cashless ได้ ทีมงานแนะนำให้ สอบถามทีม Fin For Kids ล่วงหน้า ว่าโรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารักษารองรับแบบ Cashless หรือไม่
สรุปเปรียบเทียบและข้อแนะนำ
สรุปข้อแตกต่างเพื่อให้เห็นภาพชัด Cashless ไม่ต้องสำรองจ่าย ใช้ได้เฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่าย ส่วน Reimbursement ต้องสำรองจ่ายก่อน แต่ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล คำแนะนำคือ ควร เลือกโรงพยาบาลใกล้บ้านที่ไว้ใจได้ เป็นหลัก ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นแบบ Cashless หรือสำรองจ่าย เพราะสุขภาพของลูกสำคัญกว่า ในกรณีที่ต้องสำรองจ่าย เก็บใบเสร็จฉบับจริงให้ครบ แล้วส่งเอกสารเคลมโดยเร็ว ก็จะได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- 1Cashless คือการเคลมที่ไม่ต้องสำรองจ่าย โรงพยาบาลเรียกเก็บจากบริษัทประกันโดยตรง
- 2Reimbursement คือการสำรองจ่ายก่อนแล้วยื่นเอกสารขอเงินคืนภายหลัง
- 3Cashless ใช้ได้เฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่าย ส่วน Reimbursement ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล
- 4Fin For Kids รองรับทั้ง 2 รูปแบบ โดยสามารถยื่นเอกสารเบิกคืนผ่าน LINE OA ได้สะดวก
- 5ควรเลือกโรงพยาบาลที่ไว้ใจได้เป็นหลัก อย่าให้รูปแบบการเคลมเป็นอุปสรรคในการรักษาลูก
สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?