ทำไมเอกสารเคลมถึงสำคัญ
การเตรียมเอกสารเคลมให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ ได้รับเงินเคลมเร็วที่สุด หากเอกสารไม่ครบ ทีมงานจะต้องขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีก 3-7 วันทำการ คุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง โดยเอกสารจะแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับว่าเป็นการเคลม แบบผู้ป่วยใน (IPD) หรือผู้ป่วยนอก (OPD)
เอกสารหลักที่ต้องใช้ทุกกรณี
ไม่ว่าจะเป็นการเคลมแบบใด เอกสารพื้นฐานที่ต้องมีทุกครั้ง ได้แก่
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับเคลม IPD (ผู้ป่วยใน)
กรณีที่ลูกต้อง นอนโรงพยาบาล จะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมจากเอกสารหลัก ได้แก่
สิ่งสำคัญคือ ใบเสร็จต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้น หากทำหายให้ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอสำเนาพร้อมตราประทับรับรอง
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับเคลม OPD (ผู้ป่วยนอก)
การเคลม OPD ค่อนข้างง่ายกว่า IPD เพราะเอกสารไม่ซับซ้อน สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม ได้แก่ ใบเสร็จค่ายาแยกต่างหาก (ถ้าซื้อยานอกโรงพยาบาล) และ ใบสั่งยาจากแพทย์ ในกรณีที่ต้องซื้อยาจากร้านยาภายนอก ข้อควรระวังสำหรับการเคลม OPD คือ ต้อง ยื่นเคลมภายใน 30 วัน นับจากวันที่เข้ารับการรักษา หากเลยกำหนดอาจมีปัญหาในการพิจารณาอนุมัติ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบว่าอาการที่เข้ารับการรักษาอยู่ในขอบเขตความคุ้มครอง OPD ของแผนที่เลือกไว้ด้วย
เคล็ดลับเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก
เพื่อไม่ให้ต้องวุ่นวายขอเอกสารเพิ่มภายหลัง แนะนำให้ทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ ถ่ายรูปเอกสารทุกใบไว้ในมือถือ เป็นสำรองก่อนส่งฉบับจริง เผื่อเอกสารสูญหายระหว่างทาง ควร ขอใบรับรองแพทย์ตั้งแต่วันที่เข้าพบแพทย์ อย่ารอไปขอทีหลังเพราะอาจเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม ตรวจสอบว่า ชื่อ-นามสกุลของเด็กบนเอกสารทุกฉบับตรงกัน กับในกรมธรรม์ และที่สำคัญให้ เก็บเอกสารทั้งหมดไว้ในแฟ้มเดียวกัน เพื่อจะได้ไม่ตกหล่น
สรุปประเด็นสำคัญ
- 1เอกสารหลักที่ต้องใช้ทุกกรณี ได้แก่ แบบฟอร์มเคลม ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จฉบับจริง สำเนาบัตรผู้ปกครอง และสำเนาสูติบัตรของเด็ก
- 2เคลม IPD ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ ใบสรุปค่ารักษา ใบสรุปการรักษา และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- 3ใบเสร็จรับเงินต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้น บริษัทประกันไม่รับสำเนาที่ไม่มีการรับรอง
- 4ยื่นเคลม OPD ภายใน 30 วันนับจากวันที่เข้ารับการรักษา
- 5ถ่ายรูปเอกสารทุกใบไว้ในมือถือเพื่อเป็นสำรองก่อนส่งฉบับจริง
สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก?